วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (J. Ind. Tech.) อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 2 (2563) มีค่า JIF = 0.094 | The Journal of Industrial Technology (J. Ind. Tech.) is indexed in TCI Tier 2 (2020) with impact factor, JTIF 0.094

บทความ

การเปรียบเทียบการคัดเลือกและการกลายพันธุ์ในขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม สำหรับแก้ปัญหาการจัดตารางสอบ

วิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการคัดเลือกและการกลายพันธุ์ในขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม เพื่อหาชุดพารามิเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด สำหรับปัญหาที่สนใจในงานวิจัยนี้ประกอบไปด้วย 1) กลุ่มผู้เรียนที่เรียนในรายวิชาเดียวกันต้องสอบพร้อมกัน 2) ผู้เรียนจะต้องสอบ 1 วิชาในช่วงเวลาเดียวกัน 3) ห้องสอบต้องมีขนาดเพียงพอกับผู้เรียน 4) ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจัดตารางคุมสอบให้อยู่นอกคาบเวลาปกติ 5) ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจัดตารางสอบให้ผู้เรียน สอบมากเกินไปในแต่ละวัน การคัดเลือกที่นำมาเปรียบเทียบประกอบไปด้วยการคัดเลือก 3 รูปแบบ คือ การคัดเลือกแบบวงล้อรูเล็ต (Roulette Wheel Selection) การคัดเลือกแบบจัดอันดับ (Ranking Selection) และการคัดเลือกแบบจัดการแข่งขัน (Tournament Selection) การกลายพันธุ์ที่นำมาเปรียบเทียบประกอบไปด้วยการกลายพันธุ์ 3 รูปแบบ คือ การกลายพันธุ์แบบสลับที่ (Swap Mutation) การกลายพันธุ์แบบแทรก (Insertion Mutation) และการกลายพันธุ์แบบผกผัน (Inversion Mutation) รวมไปถึงการหาค่าความเหมาะสมของความน่าจะเป็นในการกลายพันธุ์ จำนวนประชากร และจำนวนรุ่นที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า ชุดพารามิเตอร์ที่ให้ค่าความเหมาะสมเฉลี่ยสูงสุดคือ การคัดเลือกแบบจัดการแข่งขัน การกลายพันธุ์แบบสลับที่ ความน่าจะเป็นในการกลายพันธุ์เท่ากับ 75 % โดยมีจำนวนประชากรเท่ากับ 20 ซึ่งให้ค่าความเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 6,168 จาก 7,350 และจำนวนรุ่นที่ให้ค่าความเหมาะสมเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ที่ 365 รุ่น

การผลิตพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอตจากกรดไขมันของนํ้ามันปาล์ม โดยใช้เชื้อ Pseudomonas fluorescens TISTR 358

วิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการผลิตพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอตจากแหล่งคาร์บอนที่เป็นกรดไขมันจากปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชั่นของนํ้ามันปาล์ม โดยใช้ Pseudomonas fluorescens TISTR 358 ด้วยกระบวนการหมักแบบกะในตู้บ่มเขย่า ความเร็วรอบ 180 รอบต่อนาที สภาวะอุณหภูมิ 30๐C ทำการทดลองโดยแปรผันความเข้มข้นของกรดไขมันในอาหารเลี้ยงเชื้อเริ่มต้น ได้แก่ 0.50, 0.75, 1.00 และ 1.50% โดยมวลต่อปริมาตร ค่าความเป็นกรดด่างที่ 7.0 จาก ผลการทดลอง พบว่า ความเข้มข้นของกรดไขมันนั้น มีผลต่อการเจริญเติบโต ค่าความเป็นกรดด่าง การผลิตและ การสะสมพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอตของ P. fluorescens TISTR 358 โดยนํ้าหนักเซลล์จุลินทรีย์แห้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง และสูงสุดในชั่วโมงการหมักที่ 48 เท่ากับ 1.63, 1.60, 1.08 และ 1.05 กรัมต่อลิตร ที่ความเข้มข้น 0.50, 0.75, 1.00 และ 1.50% โดยมวลต่อปริมาตร ตามลำดับ ปริมาณพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอต สูงสุดที่เชื้อผลิตและสะสมไว้ตลอดระยะเวลาการหมัก 72 ชั่วโมง เท่ากับ 0.17 กรัมต่อลิตร (12.61%) ที่ความเข้มข้นกรดไขมัน 0.50% โดยมวลต่อปริมาตร เซลล์จุลินทรีย์มีการเรืองแสงสีแดงของสีย้อม Nile red เมื่อนำไปส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ฟลูออเรสเซนต์ และเห็นลักษณะแกรนูลพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอตที่สะสมอยู่ภายในตัวเซลล์จุลินทรีย์ เมื่อนำไปส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า เชื้อ P. fluorescens TISTR 358 สามารถใช้ กรดไขมันจากนํ้ามันปาล์ม เป็นสารตั้งต้นเพื่อผลิตและสะสมพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอตไว้ภายในเซลล์ได้

ภาพรวมของการใช้สารยับยั้งการกัดกร่อนในอุตสาหกรรม

วิทยาศาสตร์

สารยับยั้งการกัดกร่อนเป็นวิธีการหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อใช้ลดอัตราการกัดกร่อนของวัสดุโดยเฉพาะในโลหะ และโลหะผสม เนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งาน มีสารยับยั้งหลายประเภท (สารยับยั้งอนินทรีย์แบบผสม และ สารยับยั้งอินทรีย์) รวมถึงราคาและประสิทธิภาพของสารยับยั้งการกัดกร่อน กระบวนการต่างๆในหลากหลาย อุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมน้า มัน ระบบการส่งและระบบการกระจายน้า คอนกรีต หม้อต้มน้า และยานยนต์ เป็ น ต้น ได้นา สารยับยั้งไปใช้ในระบบเพื่อป้ องกันปัญหาการกัดกร่อน

Nuclear Magnetic Resonance technique for quality control of cold-pressed rice bran oil

วิทยาศาสตร์

A Nuclear Magnetic Resonance (NMR) method is developed and applied for fingerprint characterization of rice bran oil from Thai domestic production and quantitative determination of fatty acid compositions. Freshness evaluation was investigated by analysis of diacylglycerol or monoacylglycerol level in cold-pressed rice bran oil. The investigation using  -carbon intensity of triacylglycerol as reference peak and internal standard demonstrated that the method presented variance (Analysis of variance, p 0.05) with high Level of Confidence (95%). This method allows rapid identification of rice bran oil in the market, claimed as cold-pressed rice bran oil from domestic production in Thailand. Applying NMR technique, Thai export industry of rice bran oils can meet satisfied specification by international importers without many wet, dirty and error prone chemical methods in Quality Control laboratory. Qualitative analysis of diacylglycerol or monoacylglycerol showed no signal in freshly samples, but revealed with slightly stronger peaks after one year storage, represent by proportion of 1,2-diacylglycerol and 1- monoacylglycerol in triacylglycerol which changed over time. Results obtained in this study will serve as quality control and useful reference for supplement development and pharmaceutical industry.

Conversion of konjac powder into glucomannan-oligosaccharides, mannose, and glucose by hydrolysis facilitated by microwave heating and HCl catalyst

วิทยาศาสตร์

The reaction conditions to hydrolyze konjac powder (KP) were investigated by using a combination of microwave radiation heating and HCl as a catalyst to explore the possibility of glucomannan-oligosaccharides, mannose, and glucose extractions from the polysaccharides of KP. Selective reaction conditions to produce glucomannan-oligosaccharides, mannose, and glucose were determined. The highest yield for glucomannanoligosaccharides production, at 19.2%, was achieved under the reaction conditions of 110°C, 15 min, 2 M HCl, and 10:1 (mL/g) ratio of reaction volume to KP mass. The highest yield for both mannose and glucose production, at 35.8% and 30.2%, respectively, was achieved under the reaction conditions of 110°C, 15 min, 1.2 M HCl, and 10:1 (mL/g) ratio of reaction volume to KP mass. Only a small amount of 5-HMF at 0.3% was formed and a low level of UV absorbance (284 nm) of hydrolyzed products (HP) at 1.7 was found under these conditions. The combination of microwave radiation (MCR) heating and HCl effectively hydrolyzed konjac powder selectively into glucomannanoligosaccharides and/or monosaccharides in a relatively short reaction time.

การอบแห้งปลาหมึกกะตอยโดยใช้แสงอาทิตย์เป็นพลังงานความร้อนร่วม

วิทยาศาสตร์

This research was aimed to study the dried baby squids (or called Katoy squids in Thai) and to compare the squids dried outdoors with those dried in the oven heated from a flat plate solar collector. The experiment kit was developed including clear plastic chamber of 0.125 cubic meters as well as flat-plate solar collector. The chamber and the flat-plate solar collector are connected by a duct. The flat plate solar collector is composed of the sheet which absorbs the heat from the copper plate with a thickness of 2 mm. This plate was painted black with the approximate area of 0.5 square meters. The one-kilogram squids were experimented during 8.00 - 17.00 hrs. On average, the radiation intensity was over 661 watts per square meters. The squids, at first, indicated 400 percent moisture content. The results reveal that comparing the squids dried by the sunlight with those dried in the specific oven, the moisture content declined to 170 and 70 percent respectively. The rates of moisture reduction were 23.4 and 35.1 percent per hour respectively. When the squids were further dried in the oven with the heat from gas until they showed the moisture as required, the drying time was lessen. Consequently, the gas consumption was reduced by an average of 22.5 percent. The study of the drying efficiency of the squids on hourly basis, it was found that the drying efficiency decreases as the radiation intensity increases. This indicates that the drying rate is invariant. Also, the research pointed out the drying efficiency of 31.0 percent.

Computational approach: an application on Thai medicinal herbs

วิทยาศาสตร์

การสร้างแบบจำลองทางเคมีคอมพิวเตอร์ โดยใช้การจำลองโมเลกุล (molecular modeling) ด้วยโปรแกรม AutoDock ได้มีบทบาทอย่างมากต่อการอธิบายถึงความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของลิแกนด์กับโปรตีนที􀀘สนใจ บทความนี􀁒ได้สนใจศึกษาสารออกฤทธิ􀁖ในสมุนไพรท􀀘ีมีสรรพคุณทางยาและฤทธิ􀁖ทางเภสัช ในกลุ่ม diarylheptanoids จากสมุนไพรว่านชักมดลูก (Curcuma comosa Roxb.) วงศ์ Zingiberaceae กับเอนไซม์ ER-β estrogenic receptor และ สารในกลุ่ม 1-naphthol analogs จากสมุนไพรทองพันชัง􀀘 (Rhinacanthus nasutus Kurz) วงศ์ Acanthaceae กับเอนไซม์ COX-1 และ COX-2 โดยข้อมูลที􀀘ได้จากการทดลอง การจัดวางตัวของสารในโพรงการจับของเอนไซม์หรือบริเวณ ตำแหน่งออกฤทธิ􀁖 และค่าพลังงานอันตรกิริยาของการจับ สามารถนำมาอธิบายข้อมูลเชิงโครงสร้างของสารออกฤทธิ􀁖 ในสมุนไพรเพ􀀘ือนำไปสู่ความเข้าใจและการพัฒนาเป็นสารชนิดใหม่ท􀀘ีมีสรรพคุณทางยาและฤทธิ􀁖ทางเภสัช เพ􀀘ือต้าน โรคอ􀀘ืนๆ ให้มีประสิทธิภาพมากข􀁒ึน

A Water-Balance-Based Dual-Axis Sun Tracking System

วิทยาศาสตร์

This paper presents a new technique for solar tracking system with very low power consumption. In order to track the sunlight, the solar panels connecting to the floated-balls are moved by water level balance adjusting. The proposed system is controlled by micro-controller. The signals from light-dependent resistor (LDR) sensor and reference voltage are compared and used to control the 12 V DC windshield washer pump for adjusting the water level which corresponds to the sunlight perpendicular. As a result, the accuracy of solar tracking depending on water level varying is achieved. The proposed system has ability to control with 2 axes; north-south and east-west. A comparison result between the proposed system and conventional method with one solar panel shows that the improvement of the sun power harvest of 7.91 W or higher than 37.63 % is given by the proposed system. It is also found that by using one solar panel for five days operating with twelve hours per day, the proposed solar tracking system has ability to harvest the energy of 347.16 Wh/day with power consumption of 0.66 Wh/day. When three solar panels are employed, the energy harvest of 1212.84 Wh/day with power consumption of 1.76 Wh/day is obtained. Additionally, the power consumptions between the proposed system and the DC motor controller of solar tracking systems using for one solar panel are compared. The results show that the DC motor controller shows power consumption of 10.8 Wh/day or 1.147 % whereas the energy of 0.66 Wh/day or 0.19 % is consumed by the proposed system. It is reveal that the lower power consumption of 0.958 % is given by the proposed system. Therefore, the proposed system has ability to reduce the power consumption of the solar tracking system.

ปัจจัยสำคัญในการสังเคราะห์ท่อนาโนคาร์บอนโดยอาศัยเปลวไฟจาก กระบวนการเผาไหม้

วิทยาศาสตร์

การสังเคราะห์ท่อนาโนคาร์บอนโดยอาศัยเปลวไฟจากกระบวนการเผาไหม้เป็นวิธีการทีน่าสนใจ เนืองจากมีค่าใช้จ่ายต่ำ และง่ายต่อการดําเนินการผลิตในระดับอุตสาหกรรม บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสําคัญ เกี่ยวกับปัจจัยทีส่งผลต่อการสังเคราะห์ท่อนาโนคาร์บอน เช่น เวลา อุณหภูมิ ตัวเร่งปฏิกิริยา และแหล่งกําเนิดคาร์บอน เป็นต้น อีกทั้งอธิบายถึงกลไกการเกิดท่อนาโนคาร์บอนทีใช้ในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยที่ได้รวบรวมมานี้เป็นสิ่งสําคัญต่อ การพัฒนาเทคนิคและวิธีการสังเคราะห์ท่อนาโนคาร์บอนที่เหมาะสมกับการนําไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

Preparation and Characterizations of Recycled Polystyrene Foam/PCC flyash Composite for Use as Anti-electrostatic Discharge Material.

วิทยาศาสตร์

คอมโพสิตจากโฟมพอลิสไตรีนกับเถ้าลอย PCC เตรียมข􀁊ึนจากโฟมพอลิสไตรีนใช้แล้วผสมกับเถ้าลอย PCC (ร้อยละ 0 10 20 30 และ 40 โดยน􀁊ำหนัก) ในตัวทำละลายโทลูอีน โดยวิธีหล่อเป็นฟิ ล์มจากสารละลาย (Solution casting technique) วิเคราะห์โครงสร้างทางเคมีของฟิล์มคอมโพสิตที􀀚เตรียมได้ด้วยเทคนิคฟูริเออร์ทรานส์ฟอร์ม อินฟราเรดสเปกโตรสโกปี จากนั􀁊นศึกษาสมบัติเชิงกล ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ค่ามุมสัมผัสของน􀁊ำ และค่าสภาพ ต้านทานไฟฟ้ าเชิงพ􀁊ืนผิว ผลการศึกษาพบว่าฟิ ล์มคอมโพสิตมีค่าระยะยืด ณ จุดขาดเพิ􀀚มข􀁊ึน แต่มีค่ามอดูลัสของยัง ลดลงเม􀀚ือปริมาณเถ้าลอย PCC เพิ􀀚มข􀁊ึน การวิเคราะห์สัณฐานวิทยาด้วยเทคนิคกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่อง กราด พบว่าอนุภาค Fe2O3 และ SiO2 ซึ􀀚งเป็นองค์ประกอบหลักในเถ้าลอย PCC มีการกระจายตัว อย่างสมํ􀀚าเสมอใน ฟิล์มคอมโพสิต นอกจากนี􀁊ยังพบว่าค่ามุมสัมผัสของน􀁊ำและค่าสภาพต้านทานไฟฟ้ าเชิงพ􀁊ืนผิวของฟิ ล์มพอลิสไตรีน คอมโพสิตลดลงเม􀀚ือปริมาณเถ้าลอย PCC เพิ􀀚มข􀁊นึ โดยค่าสภาพต้านทานไฟฟ้ าเชิงพ􀁊ืนผิวของฟิล์มคอมโพสิตลดลงจาก 1.03×1011 เป็น 5.93×1010 Ω/square เม􀀚ือเพิ􀀚มปริมาณเถ้าลอย PCC จากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 40 โดยน􀁊ำหนัก แสดงให้ เห็นว่าฟิล์มคอมโพสิตท􀀚ีเตรียมข􀁊นึ มีสมบัติป้ องกันการประทุของไฟฟ้ าสถิต (Electrostatic discharge) ได้

The Study of Parameters Effect of Solidification Tubular Ice

วิทยาศาสตร์

This study was aimed to investigate experimental study of the parameters affecting the amount of tube ice compared with theoretical result. Significant studied parameters were inlet water temperature, average ambient air temperature, average ambient refrigerative machinery room temperature and average temperature of surface freezing. The result showed thickness tendency was increasingly according to time. At the beginning of the process thickness increased quite fast and decelerated at the end of the production process, however thickness value acquired from parameters were not identical as average ambient air temperature, average ambient refrigerative machinery room temperature and average temperature of surface freezing slightly affected thickness comparing to the results of the study shown by the ratios between parameter. Inlet water temperature affected to thickness of tube ice as the ratio of inlet water temperature to thickness was 0.41 degrees celsius per milimeter. The ratio of average temperature of surface freezing to thickness was 0.2 degrees celsius per milimeter. The ratio of average ambient refrigerative machinery room temperature to thickness was 0.16 degrees celsius per milimeter, and the ratio of average ambient air temperature to thickness was 0.15 degrees celsius per milimeter. Thus, inlet water temperature affected to thickness of tube ice according to theoretically results with 8 percent error value between ice thickness and production time.

ไฮโดรเจน – การผลิตและการประยุกต์ใช้

วิทยาศาสตร์

สภาวะขาดแคลนน้ามันในปัจจุบันเป็นที่มาของการค้นคว้าวิจัยในเรื่องของพลังงานทดแทน พลังงานจากไฮโดรเจนเป็นพลังงานทดแทนประเภทหนึ่งซึ่งมีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด สามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะส่งผลดีในการช่วยลดภาวะโลกร้อนในที่สุด งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับก๊าซไฮโดรเจนจึงมีความหมายมากขึ้นในปัจจุบัน ก๊าซไฮโดรเจนสามารถผลิตได้จากเทคโนโลยีหลากหลายประเภท และสามารถประยุกต์ใช้เป็นสารตั้งต้นเพื่อผลิตสารเคมีได้หลายชนิด รวมทั้งสามารถนาไปป้อนเซลล์เชื้อเพลิง บทความทางวิชาการนี้รวบรวมข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว โดยบทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วนหลัก คือ ความสาคัญของไฮโดรเจน การผลิตก๊าซไฮโดรเจน และการประยุกต์ใช้ก๊าซไฮโดรเจน

เตาหุงต้มไฟฟ้าสาหรับครัวเรือนยุคใหม่ จากหลักการความร้อนเหนี่ยวนา สู่นวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงาน

วิทยาศาสตร์

บทความนี้นาเสนอแนวคิดเรื่องรูปแบบการสร้างความร้อนจากหลักการความร้อนเหนี่ยวนา สาหรับเตาหุงต้มไฟฟ้า เนื่องจากหลักการดังกล่าว เริ่มมีบทบาทในภาคครัวเรือนยุคใหม่มากขึ้น โดยจะแนะนาหลักการสร้างความร้อน จากหลักการความร้อนเหนี่ยวนา ส่วนประกอบพื้นฐาน วงจรกาลังรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงเสนอแนวทางการออกแบบค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมสาหรับวงจรแปลงผันกาลังไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบสูงขึ้น การเลือกพิกัดของอุปกรณ์ทาได้ง่ายขึ้น เพิ่มความน่าสนใจสาหรับการแข่งขันเชิงพาณิชย์

การเตรียมและวิเคราะห์สมบัติของพอลิไวนิลแอลกอฮอล์/เฟอร์โรฟลูอิด เพื่อใช้เป็นวัสดุป้องกันการคายประจุจากไฟฟ้าสถิต

วิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้ได้สังเคราะห์เฟอร์โรฟลูอิดโดยวิธีการตกตะกอนร่วมระหว่างไอออน (III) คลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต และไอออน (II) คลอไรด์ เตตระไฮเดรต อัตราส่วน 2:1 ในสารละลายแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ และใช้เตตระเมทิล แอมโมเนียม-ไฮดรอกไซด์เป็นสารลดแรงตึงผิว พบว่าความหนืดของเฟอร์โรฟลูอิดที่สังเคราะห์ได้มีค่าเท่ากับ 6.5 cP โครงสร้างทางเคมีของอนุภาค Fe3O4 ในเฟอร์โรฟลูอิดถูกตรวจสอบโดยเทคนิคเอกซ์เรย์ ดิฟแฟรกชัน และฟูริเออร์ ทรานสฟอร์ม อินฟราเรด สเปกโทรสโคปี ลักษณะพื้นผิว การกระจายตัว และขนาดของอนุภาคของ Fe3O4 ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด จากนั้นนาเฟอร์โรฟลูอิดที่สังเคราะห์ได้มาใช้เป็นสารตัวเติมนาไฟฟ้า ในการเตรียมพอลิไวนิลแอลกอฮอล์/เฟอร์โรฟลูอิด คอมโพสิต โดยใช้ปริมาณเฟอร์โรฟลูอิด 0, 5, 10, 15 และ 20% w/w และใช้กลูตารัลดีไฮด์เป็นสารเชื่อมขวาง (0.5% w/w เทียบกับน้าหนักของพอลิไวนิลแอลกอฮอล์) ศึกษาสมบัติของคอมโพสิตที่เตรียมขึ้น ได้แก่ สมบัติเชิงกลด้วยการทดสอบแรงดึง สัณฐานวิทยา ความต้านทานไฟฟ้าเชิงพื้นผิว และการบวมตัวในน้า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เป็นวัสดุป้องกันการคายประจุจากไฟฟ้าสถิต ผลการทดลองที่ได้แสดงให้เห็นว่า คอมโพสิตที่สังเคราะห์ได้มีสมบัติเชิงกล สัณฐานวิทยา สภาพต้านทานไฟฟ้าเชิงพื้นผิว และการบวมตัวในน้า เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณของ Fe3O4 และคอมโพสิตที่เตรียมโดยใช้ปริมาณเฟอร์โรฟลูอิด 10% w/w เหมาะสมที่จะใช้เป็นวัสดุป้องกันการคายประจุจากไฟฟ้าสถิต

การวิเคราะห์ปริมาณของแคทเทชินในน้ามันเมล็ดชา จากต้นคาเมลเลียโอเลเฟรา เอเบล

วิทยาศาสตร์

การใช้เครื่องโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC) เป็นเทคนิคที่ง่าย เชื่อถือได้ และทาซ้าได้ ซึ่งในการวิจัยนี้ ได้นามาพัฒนาเพื่อศึกษาการตรวจสอบความถูกต้องของการหาปริมาณแคทเทชินในสารสกัดน้ามันเมล็ดชาจากต้นคาเมลเลียโอเลเฟรา เอเบล การทดสอบหาสภาวะที่เหมาะสมโดยใช้คอลัมน์ชนิด ACE (C18 ขนาด 150 × 4.6 มม.) ด้วยเมทานอลในน้าที่มีกรดอะซิติก 2 % มีสัดส่วนโดยปริมาตร 11 ต่อ 89 เป็นตัวทาละลายเคลื่อนที่ ใช้อัตราการไหลที่ 1 มิลลิลิตรต่อนาที ในระบบ แบบเดี่ยว (isocratic system ) และวัดความยาวคลื่นที่ 280 nm แล้วพบว่าความถูกต้องของการใช้แคทเทชินเป็นสารมาตรฐานแสดงด้วย ความเป็นเส้นตรงของวิธีการนี้ (R2 = 0.999) ความแม่นยาของวิธีการ (RSD <4%) สาหรับความเข้มข้นช่วง 20-100 ppm โดยมีกรดกัลลิกเป็นสารมาตรฐานเทียบภายใน การวิเคราะห์ขีดจากัดต่าสุดของการทดสอบเชิงคุณภาพ คือ 1.061 ppm และความเข้มข้นต่าสุดที่วิธีวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์เชิงปริมาณได้คือ 3.54 ppm วิธีการนี้สามารถใช้ตรวจวิเคราะห์หาแคทเทชินที่สกัดจากน้ามันเมล็ดชาที่ขายทั่วไปด้วยตัวทาละลาย 3 ชนิดอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยนี้พบว่า ความเข้มข้นเฉลี่ยของน้ามันเมล็ดชาตัวอย่างที่ขายตามท้องตลาดที่สกัดแล้วอยู่ที่ 4.27  0.0908 ppm (n=3) ผลงานวิจัยนี้สามารถใช้ในการควบคุมคุณภาพและเป็นประโยชน์อ้างอิงสาหรับการใช้พัฒนาเป็นอาหารเสริมและอุตสาหกรรมการทางยาต่อไป

สมบัติทางกล และสัณฐานวิทยาของพลาสติก PLA ผสมผงอนุภาคนาโนเคลย์

วิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้ได้ศึกษาสมบัติทางกลและสัณฐานวิทยาของพลาสติก PLA ผสมผงอนุภาคนาโนเคลย์ ในอัตราส่วนผสมที่ แตกต่างกัน ได้แก่ 0, 5, 10, 15, 20, 25 และ 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักรวม ทำการผสมด้วยเครื่องหลอมอัดรีดแบบสกรูเดี่ยวและ ขึ้นรูปชิ้นงานทดสอบด้วยวิธีการฉีดด้วยเครื่องฉีดพลาสติก จากนั้นทำการทดสอบสมบัติทางกล จากการศึกษาพบว่าค่าความ ต้านทานแรงดึงและค่าเปอร์เซ็นต์การยืดตัว ณ จุดขาดของพลาสติก PLA ผสมผงอนุภาคนาโนเคลย์มีแนวโน้มลดลงเมื่อเติม ผงอนุภาคนาโนเคลย์ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ค่าความต้านทานแรงกระแทกและค่าความแข็งของพลาสติก PLA ผสมผงอนุภาคนาโน เคลย์มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเติมผงอนุภาคนาโนเคลย์ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และพบว่าสมบัติทางกลของพลาสติก PLA ผสมผงอนุภาค นาโนเคลย์ที่ผ่านการปรับปรุงผิวจะมีค่าสูงกว่าเมื่อผสมด้วยผงอนุภาคนาโนเคลย์ที่ไม่ผ่านการปรับปรุงผิว การศึกษาโครงสร้างทาง สัณฐานวิทยาพบว่าพลาสติก PLA กับผงอนุภาคนาโนเคลย์ที่ผ่านการปรับปรุงผิวสามารถผสมกันได้ดีกว่าพลาสติก PLA กับ ผงอนุภาคนาโนเคลย์ที่ไม่ผ่านการปรับปรุงผิว

การใช้หลักการของ Exergy ในการวิเคราะห์การใช้ทรัพยากรของประเทศไทย

วิทยาศาสตร์

บทความนี้มีวัตุประสงค์เพื่อนาหลักการทางอณุพลศาสตร์ของเอ็กเซอร์จี (Exergy) มาใช้ในการประเมินการใช้ทรัพยากรของประเทศไทย ทรัพยากรชนิดต่างๆที่โดยทั่วไปอยู่ในหน่วยของน้าหนักหรือหน่วยของพลังงานถูกนามารวมกันภายใต้หน่วยของ Exergy การใช้ Exergy เป็นหน่วยกลางนั้นมีความสมเหตุสมผลเนื่องจากปริมาณ Exergy ของทรัพยากรนั้นหมายถึงศักยภาพในการก่อให้เกิดงานที่มีประโยชน์หรือปริมาณงานขั้นต่าที่ต้องใช้ในการได้มาซึ่งทรัพยากร ผลการวิเคราะห์ที่ได้สามารถนามาใช้ในการจัดลาดับความสาคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรประเภทต่างๆผลการวิเคราะห์ดังกล่าวยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการจัดทาแผนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ค่าการใช้ Exergy ระดับชาติที่คานวณได้สามารถนาไปใช้เป็นค่าอ้างอิงในการเปรียบเทียบกับค่าการใช้ Exergy ในระดับองค์กรหรือบุคคลอีกด้วย นอกจากนี้ บทความนี้ยังมุ่งที่จะให้ข้อมูลที่ช่วยให้นักวิจัยได้มีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับหลักการของ Exergy และการประยุกต์ใช้หลักการของ Exergy ในด้านต่างๆโดยเฉพาะในด้านดัชนีชี้วัดสมรถนะด้านสิ่งแวดล้อม

รับข่าวสารจากเรา

รับข่าวสารจากทางเรา ท่านจะสามารถเข้าถึงข่าวสารได้ก่อนใคร แค่เพียงใส่อีเมลของคุณ