วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (J. Ind. Tech.) อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 2 (2563) มีค่า JIF = 0.094 | The Journal of Industrial Technology (J. Ind. Tech.) is indexed in TCI Tier 2 (2020) with impact factor, JTIF 0.094

บทความ

5G: เทคโนโลยีการสื่อสารแห่งทศวรรษหน้า

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บทความวิชาการนี้เป็นบทความที่นำเสนอภาพรวมและสถานการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมยุคที่ 5 หรือที่เรียกว่า 5G ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้เริ่มอธิบายตั้งแต่วิวัฒนาการของเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากนั้นทำการอธิบายถึงปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้เกิดเทคโนโลยี 5G เทคโนโลยีสำคัญที่สนับสนุน 5G ข้อกำหนดที่สำคัญๆ สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ตลอดจนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะที่โดดเด่นของของเทคโนโลยีดังกล่าว (เช่น อัตราการรับส่งข้อมูลที่เร็วกว่า 4G ถึง 20 เท่า และการประวิงเวลาที่ตํ่ามาก เป็นต้น) และกรณีการใช้งาน 5G หรือการประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ นอกจากนี้ บทความนี้ยังนำเสนอสถานการณ์ที่เกี่ยวกับ 5G ที่เกิดขึ้นทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ดังนั้น บทความนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นศึกษาหรือผู้อ่านที่สนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมีการให้บริการภายในอนาคตอันใกล้นี้

ระบบแบ่งปันสูตรการทำอาหารและค้นหาสูตรการทำอาหารจากภาพวัตถุดิบด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ปัจจุบันการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผู้คนจึงเริ่มทำอาหารรับประทานกันด้วยตัวเองจากวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่มีอยู่ ซึ่งบางครั้งไม่ทราบว่าสามารถนำไปทำอาหารอะไรได้บ้าง จึงทำได้แต่รายการอาหารเดิม ๆ ทำให้เกิดความจำเจในการรับประทานอาหาร และไม่สนุกกับการทำอาหารบทความวิจัยนี้นำเสนอการออกแบบและพัฒนาระบบแบ่งปันสูตรการทำอาหาร และค้นหาสูตรการทำอาหารจากภาพวัตถุดิบด้วยเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก โดยใช้งานได้บนอุปกรณ์พกพา ซึ่งผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันสูตรการทำอาหาร และสามารถใช้อุปกรณ์พกพาถ่ายรูปวัตถุดิบที่ผู้ใช้มีอยู่แล้วในครัว เช่น กระเทียม เนื้อหมู ผัก ฯลฯ เพื่อส่งภาพเข้ามาในระบบให้ค้นหาสูตรอาหารจากวัตถุดิบที่มีอยู่ ทำให้เพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาสูตรอาหารให้แก่ผู้ใช้ ส่วนประกอบหลักของระบบประกอบด้วย (1) แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพาสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่พัฒนาด้วย React Native ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเพิ่มสูตรการทำอาหาร และค้นหาสูตรการทำอาหารได้โดยใส่ชื่อวัตถุดิบ รวมถึงการใช้อุปกรณ์พกพาถ่ายภาพวัตถุดิบเพื่อค้นหาสูตรการทำอาหาร, (2) เว็บแอปพลิเคชันพัฒนาบน MERN stack สำหรับผู้ดูแลระบบ เพื่อใช้ในการเพิ่มคำหลักในการค้นหาให้กับวัตถุดิบ รวมถึงทดสอบแบบจำลองที่ได้สร้างขึ้น และ (3) โครงข่ายประสาทเทียมการเรียนรู้เชิงลึกที่มีการใช้อัลกอริธึม YOLO ผ่านไลบรารี Darknet สำหรับการสร้างแบบจำลองในการรู้จำภาพแบบจำลองได้ฝึกสอนให้สามารถรู้จำวัตถุดิบได้จำนวน 20 ประเภท โดยสอนด้วยภาพวัตถุดิบประเภทละ 100 ภาพ หลังจากฝึกสอนแบบจำลองจำนวน 36,000 รอบ แบบจำลองมีค่าสูญเสียเฉลี่ยอยู่ที่ 0.0408 และมีค่า Precision, Recall และ F1-score อยู่ที่ 0.96, 0.98 และ 0.97 ตามลำดับ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัล

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ ในยุคดิจิทัล และ 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัล การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ จำนวน 360 คน โดยใช้เกณฑ์ 20 เท่าของตัวแปรสังเกต ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสมการโครงสร้าง ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์และนักวิชาการด้านการตลาด จำนวน 15 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับตัวแปรที่เป็นปัจจัยความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัล อยู่ในระดับมาก และ 2) ปัจจัยด้านคุณลักษณะของผู้ประกอบการ เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์ทางธุรกิจ และนวัตกรรมการจัดการ ส่งต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัล อย่างมีนัยสำคัญที่ .05 นอกจากนี้ ผลการวิจัย ยังพบประเด็นสำคัญว่า ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ต้องค้นหาความต้องการของลูกค้าและสนองความต้องการเหล่านั้นทันที เพื่อให้เกิดโอกาสทางการตลาดอย่างรวดเร็ว โดยการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล รวมทั้งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดตามภาวะตลาดเพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และประยุกต์ใช้นวัตกรรมการจัดการในการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขายและขยายตลาดให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจตอบสนองความต้องการของลูกค้าและทำให้ลูกค้าพึงพอใจ เกิดการสื่อสารทางบวกแบบปากต่อปาก มีการบริโภคซํ้า และมีความภักดีต่อแบรนด์ ผลงานวิจัยครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสู่การพัฒนาความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ในยุคดิจิทัล โดยการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในการแข่งขันทางการตลาด สร้างเครือข่ายทางการค้า และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจออนไลน์

วงจรปรับสภาพสัญญาณโหมดกระแสสาหรับเซนเซอร์ความต้านทานเชิงเดี่ยว

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บทความนี้นาเสนอวงจรปรับสภาพสัญญาณโหมดกระแส สาหรับเซนเซอร์ความต้านทานชนิดเชิงเดี่ยวที่สร้างจากวงจรสายพานกระแสต่อร่วมกับออปแอมป์ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าวงจรปรับสภาพสัญญาณแบบดั้งเดิมในแง่ของความเป็นเชิงเส้นของสัญญาณเอาต์พุต วงจรที่นาเสนอนี้ให้สัญญาณเอาต์พุตที่มีความแม่นยาสูงโดยมีค่าความผิดพลาดน้อยกว่า 1 % และเป็นเชิงเส้นสัมพันธ์กับความต้านทานที่เปลี่ยนแปลงไป ผลการเลียนแบบการทางานของวงจรที่นาเสนอโดยโปรแกรม PSpice เมื่อทดสอบกับเซนเซอร์อาร์ทีดี แสดงให้เห็นผลการเลียนแบบการทางานมีความสอดคล้องกับผลวิเคราะห์วงจร

การวินิจฉัยจำแนกโรคใบองุ่นจากภาพถ่ายโดยใช้จีเนติกอัลกอริทึม และแผนผังจัดการตนเองเชิงโครงสร้างปรับตัวได้

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย และในปัจจุบันได้มีการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีในการประมวลผลภาพและคอมพิวเตอร์วิทัศน์ ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมการเกษตร คือการใช้สารเคมีมากเกินจำเป็นในการควบคุมโรคพืช ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น เช่น ปัญหาทางสิ่งแวดล้อม อันตรายต่อสุขภาพ และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพื่อลดปัญหาดังกล่าวหากสามารถพิจารณาลักษณะอาการของโรคพืชในสภาวะเริ่มต้นได้ จะสามารถลดปริมาณความเสียหายทางผลผลิต และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีมากเกินจำเป็นได้ งานวิจัยนี้ได้นำเสนออัลกอริทึมสำหรับการวินิจฉัยจำแนกโรคใบองุ่นจากภาพถ่ายในสภาวะแวดล้อมจริง กระบวนการทำงานของระบบประกอบไปด้วยจีเนติกอัลกอริทึม (Genetic Algorithm : GA) และแผนผังการจัดการตนเองเชิงโครงสร้างปรับค่าได้ (Structure-Adaptive Self-Organizing Feature Map : SASOM) เรียกว่า อัลกอริทึม GA-SASOM ซึ่งโครงสร้างหลักของการจำแนกรูปแบบของโรคใบองุ่นของระบบได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานของ GA ที่มีการพัฒนารูปแบบของโครโมโซมใหม่โดยได้พัฒนารูปแบบของแผนผังโนด (node map) ของ SASOM ขึ้นมาใหม่ เรียกว่า แผนผังโครโมโซม (chromosome map) ซึ่งแต่ละแผนผังโครโมโซมใช้แทนคุณลักษณะสี และลวดลายของรูปแบบ 1 รูปแบบที่ต้องการจำแนกรูปแบบ และนำมาใช้เป็นแบบจำลองคุณลักษณะเด่นของภาพโรคพืชของใบองุ่น งานวิจัยนี้ได้ทดสอบระบบการจำแนกรูปแบบโดยใช้โรคใบองุ่น 4 โรคดังนี้ โรคอีบุบ โรคราสนิม โรครานํ้าค้าง และโรคราแป้ง ซึ่งแต่ละภาพมีขนาด รูปร่าง ลักษณะการวางตัวของใบองุ่น และอยู่ในสภาวะแสงที่ต่างกัน ซึ่งผลการทดสอบระบบมีความแม่นยำสูงสุดถึง 94.35 เปอร์เซ็นต์

การออกแบบหัวตรวจสอบการกัดกร่อนภายใต้ผิวหุ้มปิดด้วยวิธีกระแสไหลวน

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การใช้ฉนวนหุ้มผิวท่อเป็นวิธีป้องกันการสูญเสียพลังงานความร้อนของสสารที่อยู่ภายในท่อ ซึ่งการกัดกร่อนมีโอกาสเกิดขึ้นภายใต้ผิวหุ้มปิด จึงได้มีการออกแบบวิธีการตรวจสอบการกัดกร่อนบนผิวโลหะภายนอกท่อโดยไม่ทำลายผิวหุ้มปิดโดยการประยุกต์ใช้การทดสอบโดยไม่ทำลายด้วยกระแสไหลวน งานวิจัยนี้ได้ศึกษาเพื่อออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบที่นำมาใช้ในการทดสอบโดยออกแบบและสร้างหัวตรวจสอบทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ หัวตรวจสอบแบบแกนเหล็กรูปตัวซี และหัวตรวจสอบแบบแกนเหล็กขดลวดแยกกระตุ้นในแกนเดียว แล้วทำการตรวจสอบชิ้นงานที่ออกแบบให้มีรอยกัดกร่อนจำลองแบบสมํ่าเสมอที่ความถี่ตั้งแต่ 300 - 1000 เฮิรตซ์ ใช้เครื่องกำเนิดสัญญาณทางไฟฟ้าจ่ายสัญญาณไฟฟ้า และใช้ออสซิลโลสโคปเป็นอุปกรณ์แสดงผล จากการทดลองพบว่า หัวตรวจสอบแบบแกนเหล็กขดลวดแยกกระตุ้นในแกนเดียวกัน สามารถตรวจสอบรอยกัดกร่อนจำลองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าหัวตรวจสอบแบบแกนเหล็กรูปตัวซี ซึ่งสามารถตรวจสอบรอยกัดกร่อนจำลองที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 6 มิลลิเมตร เป็นต้นไป ความลึก 1 - 6 มิลลิเมตร ที่ความถี่ 300 - 400 เฮิรตซ์ และสามารถตรวจสอบผ่านชั้นสีเคลือบและชั้นฉนวนหนารวมกันได้ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร

การตรวจจับและวิเคราะห์ฮาร์มอนิกโดยใช้การแปลงมัลติเวฟเล็ต

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บทความนี้นาเสนอวิธีการในการตรวจจับและวิเคราะห์ฮาร์มอนิกโดยใช้การแปลงมัลติเวฟเล็ตและใช้การวิเคราะห์หลายระดับความละเอียดเพื่อสกัดคุณลักษณะเด่นของสัญญาณฮาร์มอนิกซึ่งอยู่ในรูปค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของสัมประสิทธิ์การแปลงสัญญาณในส่วนรายละเอียดที่ระดับความละเอียดต่างๆ การทดสอบใช้มัลติเวฟเล็ต 3 ชนิด คือ มัลติเวฟเล็ตแบบ DGHM Chui-Lian และ SA4 เพื่อการเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบกับการแปลงเวฟเล็ตโดยใช้เวฟเล็ตชนิด db4 ซึ่งมีค่าอันดับการประมาณเท่ากับมัลติเวฟเล็ตทั้ง 3 ชนิด ผลการทดสอบพบว่า วิธีการแปลงมัลติเวฟเล็ตแบบ DGHM Chui-Lian และ SA4 สามารถตรวจจับและสกัดคุณลักษณะของฮาร์มอนิกในสภาวะที่มีสัญญาณรบกวนที่ระดับ SNR เท่ากับ 40 35 และ 25 dB ได้ดีกว่าการแปลงเวฟเล็ตแบบ db4

การชดเชยแรงบิดแบบปรับตัวได้ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ในการตรวจสอบวัตถุในกล่องบรรจุภัณฑ์บนสายพานลาเลียง

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

กระบวนการลาเลียงด้วยการใช้สายพานได้รับความนิยมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร เพื่อลาเลียงวัตถุจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทางานในลักษณะนี้ทาให้ผู้ผลิตไม่สามารถตรวจสอบวัตถุภายในกล่องบรรจุภัณฑ์ขณะลาเลียงได้ จึงจาเป็นต้องหยุดการลาเลียงและชั่งน้าหนักกล่องบรรจุภัณฑ์เป็นระยะเพื่อตรวจสอบวัตถุภายในกล่องก่อนทาการลาเลียงต่อไป ทาให้เกิดความล่าช้าและสิ้นเปลืองอุปกรณ์ตรวจวัด บทความนี้ได้เสนอการตรวจสอบวัตถุในกล่องบรรจุภัณฑ์บนสายพานลาเลียงอัตโนมัติ โดยการประมาณน้าหนักของวัตถุบนสายพานลาเลียงจากแรงบิดโหลดที่กระทาต่อมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงด้วยการใช้การชดเชยแรงบิดที่เปลี่ยนแปลงจากน้าหนัก เพื่อเป็นเงื่อนไขการตรวจสอบวัตถุในกล่องเปรียบเทียบกับจานวนกล่องในกระบวนลาเลียงอัตโนมัติ

การออกแบบวงจรคูณสัญญาณแรงดันชนิด 4 ควอตแรนต์ แบบซีมอสโดยใช้เทคนิคกาลังสอง

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บทความนี้นาเสนอการออกแบบวงจรคูณสัญญาณแรงดันแบบซีมอสโดยใช้เทคนิคกาลังสอง การทางานของวงจรจะอาศัยคุณสมบัติของ MOSFET ชนิดเอ็น (NMOS) และชนิดพี (PMOS) ที่มีการทางานในช่วงอิ่มตัวเป็นพื้นฐานในการออกแบบ ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างกระแสและแรงดันเป็นไปตามกฎกาลังสอง โดยที่วงจรจะมีการทางานในโหมดของแรงดันและสามารถทางานได้โดยใช้แหล่งจ่ายไฟเลี้ยงต่าเพียง ±1.2V วงจรมีค่าความสูญเสียรวมเท่ากับ 0.62 mW. ผลการเลียนแบบการทางานสามารถยืนยันสมรรถนะของวงจรได้โดยใช้โปรแกรม PSpice

การออกแบบและสร้างระบบโรตารีเจ็ตอิเล็กโตรสปินนิ่งด้วย วงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์แรงดันสูงกระแสตรงสาหรับกระบวนการผลิต

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและสร้างระบบโรตารีเจ็ตอิเลคโตรสปินนิ่งด้วยวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์แรงดันสูงกระแสตรงสาหรับกระบวนการผลิตเส้นใยพอลิเมอร์ด้วยการทดสอบประสิทธิภาพของสัญญาณพัลล์ภายในวงจรฟลายแบคคอนเวอร์เตอร์และทาการปรับสภาวะที่มีผลต่อคุณสมบัติของเส้นใยพอลิเมอร์ ได้แก่ ความเข้มข้นของสารละลายเชลแล็กและสารละลายพอลิพรอพิลีน และระยะห่างระหว่างเข็มกับตัวรองรับ อัตราเร็วรอบของแกนหมุน ผลการศึกษาพบว่า ผลของสัญญาณพัลล์ด้านเอาท์พุต TL 494 เป็นสัญญาณพัลส์สี่เหลี่ยมที่ดิวตี้ไซเคิล 10% และ 40% ที่ความถี่ 24 kHz และ 50 kHz ได้แรงดันสูงสุดที่ 6.5 kV ส่วนผลของความเข้มข้นของสารละลายเชลแล็กและสารละลายพอลิพรอพิลีนที่ส่งผลกับการเกิดเส้นใยพอลิเมอร์ที่ความเข้มข้นของสารละลายเชลแล็ก 40 %wt ระยะห่าง 10 เซนติเมตร ที่อัตราเร็วรอบ 2,500 รอบต่อนาที มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใยเชลแล็กเฉลี่ย 10-70 ไมครอน ที่ความเข้มข้นของสารละลายพอลิพรอพิลีน 20 %wt ระยะห่าง 10 เซนติเมตร ที่อัตราเร็วรอบ 3,000 รอบต่อนาที มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใยพอลิพรอพิลีนเฉลี่ย 5-45 ไมครอน ตามลาดับ

Implement of Harmonic Current Impact on Power Factor Correction Device

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

This paper presents harmonic disturbance impact on power factor improvement in power system. The Contents of this paper contains harmonic signification, harmonic current sources in power system, harmonic definitions and effect of power factor improvement by connected capacitors into power system with harmonic disturbance. Power factor improvement in power system with harmonic disturbance is caused of parallel resonance generation in power system as a result of matching impedance of inductive reactance of a power transformer and capacitive reactance of a capacitor at harmonic frequency. Parallel resonance phenomenon incurs harmonic voltage and current amplification. Harmonic voltage and current will dominate on capacitors in the power factor correction device and link to failure and damage on capacitors in the power factor correction equipment. Any problems of parallel resonance impact can be avoided and corrected by connecting series reactors to capacitors in the power factor correction device. Series reactors will move a point of parallel resonance from significant harmonic order to non-significant harmonic order and partial reducing harmonic current in power system. However, if power system contains a lot of harmonic current quantity the filter of harmonic current shall be installed in power system for reduce harmonic current in power system.

Maintenance Management for Risk Reduction of High Voltage Transformer

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

Power transformer is one of significant electrical equipments in power system. As it has high acquisition cost and failure consequences to the network, its proper maintenance task should be planned effectively. Nowadays, risk-based maintenance of power transformer in substation has played a critical role increasingly. The maintenance management is recommended by combining two evaluations: transformer condition and transformer importance. The condition evaluation is performed by electrical and insulating oil testing with their associated limitation to classify into good, suspect and poor condition. The importance evaluation is performed by load criticality, system stability, failure possibility, and failure consequence with three levels of low, moderate and high impacts. Score and weighting techniques are utilized in the analysis. The risk matrix is then developed by these two evaluations with nine zones of recommended maintenance actions for the power transformers in order to reduce the risk. A number of power transformers installed in 115 kV and 230 kV transmission systems are selected for the risk evaluation due to available and qualified data. The sample power transformer with rating of 230 kV, 200 MVA is presented as an example with its test results. Finally, the proposed method can be applied with the fleet of power transformers and other high voltage equipments in the network.

Analysis of Electric Arc Furnace Effects for Power Quality of System and Increasing Energy Efficiency to Reduce Heat Loss in The Energy Balance Condition of Steelmaking Process

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

This paper presents the research of an electric arc furnace classified into 2 part. The first is analysis of the impact of the electric arc furnace which is a harmonic source. It is caused by a disturbance in a system with nonlinear characteristics of the arcs is caused due to an electric arc furnace. Ripple voltage measurement relies on replication of Novel Arc Furnace model by using PSCAD/EMTDC help in the analysis, which is used as a guide to study the function of this furnace and how to fix the problem by installing the Static Var Compensate the system of industrial steel production. Measurement results signal that causes the ripple voltage signal changes in a small range, and the signal is reduced in the system. The second, presented to enhance energy efficiency by experimental melting steel to find the amount of heat loss through the wall furnace. Loss of heat from burning. Loss of heat from the stove to heat all the losses in energy homeostasis, a smelting process is controlled by the temperature of the steel which is poured from the furnace to the crucible and steel to reduce heat loss is reduced by approximately 2.89 kW, the resulting analysis and experiments to improve the energy of electric arc furnaces, this paper can increase energy efficiency by approximately 99.56 %.

การศึกษาและวิเคราะห์สภาพน้ามันหม้อแปลงในห้อง OLTC โดยวิธี Duval Triangle ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ในงานวิจัยนี้นาเสนอการวิเคราะห์สภาพน้ามันหม้อแปลงในห้อง OLTC โดยวิธี Duval Triangle ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยนาประวัติผลการทดสอบสภาพน้ามันในห้อง OLTC ของหม้อแปลงระดับแรงดัน 115/22kV 50MVA เป็นตัวอย่างในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการประเมินสภาพ ในการบันทึกข้อมูลที่สะดวกและเป็นระบบ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นานในการประเมินสภาพน้ามันในห้อง OLTC ขั้นตอนในการประเมินสภาพน้ามันหม้อแปลงในห้อง OLTC ในการวิเคราะห์ก๊าซในน้ามัน โดยวิธี Duval Triangle สามารถที่จะชี้ข้อบกพร่อง, สภาพความผิดปกติที่เกิดขึ้นใน OLTC ได้ ซึ่งค่าก๊าซต่างๆ ที่นามาใช้เพื่อระบุความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับ OLTC ก๊าซทั้งสามตัวจะถูกนามาพล๊อตจุดในสามเหลี่ยมที่ถูกแยกออกเป็นโซนต่างๆ ของความผิดพลาด ซึ่งสามารถช่วยในการวางแผนการบารุงรักษาที่เหมาะสม อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลในด้านความน่าเชื่อถือของระบบสูงขึ้นและช่วยยืดอายุการใช้งานนานขึ้น

การศึกษาฮาร์มอนิกด้วยเสียงบนอินดักชันมอเตอร์ควบคุมโดยอินเวอร์เตอร์

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บทความนี้เป็นการนาเสนอกา รศึกษาฮาร์มอนิกของเสียงบนอินดักชันมอเตอร์ที่ควบคุมด้วยอินเวอร์เตอร์ โดยเทคนิคการวัดฮาร์มอนิก ด้วยเสียงเป็นวิธีวัดความดังของเสียงที่เกิดขึ้นจากฮาร์มอนิกบนอินดักชันมอเตอร์ ซึ่งไม่ต้องเข้าไปสัมผัสกับตัวชิ้นงานที่ต้องทาการวัดโดยตรง และสามารถวิเคราะห์การทางานของอินดักชันมอเตอร์ได้ โดยการศึกษาฮาร์มอนิกของเสียงจะมีสองเทคนิค คือ เทคนิคแรกเป็นการใช้เครื่องมือวัดเพื่อหาคุณสมบัติทางไฟฟ้าของฮาร์มอนิก ควบคู่กับการวัดคุณสมบัติทางเสียงโดยของฮาร์มอนิก เทคนิคที่สองเป็นการศึกษาโดยการจาลองการทางานด้วยโปรแกรม MATLAB / SIMULINK สาหรับการศึกษาทั้งสองเทคนิคจะทาการตั้งค่าความถี่มอเตอร์ ( fm) ไว้ที่ความถี่ 5, 25, 50, 75 Hz เพื่อกาหนดอัตราความเร็วในการหมุนของมอเตอร์ จากนั้นจะทาการปรับค่าความถี่สวิตชิ่ง( fs ) ของอินเวอร์เตอร์ ไว้ที่ 4, 8, 12kHz เพื่อควบคุมเสถียรภาพของของมอเตอร์ จากผลการทดสอบพบว่าที่ความถี่มอเตอร์ (fm) ที่ 75 Hz และความถี่สวิตชิ่ง (fs) ที่ 12 kHz ฮาร์มอนิกมีแอมปริจูดสูงที่สุดเท่ากับ 200V และมีระดับเสียงที่ 41.38 - 63.01 dB เมื่อเทียบกับความถี่สวิตชิ่ง (fs) ที่ 4 kHz พบว่าฮาร์มอนิกมีแอมปริจูดเท่ากับ 40V แต่มีระดับเสียงที่ 41.40 – 71.95 dB โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผลที่ได้จากการจาลองการทางานด้วยโปรแกรม MATLAB/ SIMULINK พบว่ามีค่าผิดพลาดเฉลี่ย 1.19 % สรุปได้ว่าแอมปริจูดของ ฮาร์มอนิกแปรผันตรงกับความถี่สวิตชิ่ง แต่แปรผกผันกับระดับเสียง เนื่องจากความถี่สวิตชิ่งที่สูงทาให้กระแสโรเตอร์ มีลักษณะเป็น Pure sine wave มากขึ้น ทาให้การหมุนของตัวอินดักชันมอเตอร์มีความเสถียรมากขึ้นไม่มีอาการสะดุด ระดับเสียงที่ออกจากตัวของอินดักชันมอเตอร์ลดต่าลง

การหาจุดจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดโดยใช้การตรวจจับอัตราการไหล สำหรับระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

บทความนี้นำเสนอเทคนิคในการหาจุดจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดของเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับระบบปั๊มน้ำพลังงาน แสงอาทิตย์ด้วยการตรวจจับอัตราการไหล เพื่อลดความซับซ้อนในการคำนวณเนื่องจากใช้ตัวตรวจจับเพียงตัวเดียว ในการหาจุดจ่าย กำลังไฟฟ้าสูงสุดทำโดยการเปรียบเทียบระหว่างอัตราการไหลในเวลาปัจจุบันและเวลาก่อนหน้า ผลการเปรียบเทียบใช้สำหรับ ปรับวัฏจักรการทำงานของสวิตช์ในวงจรแปลงผันแบบทอนระดับแรงดันไฟฟ้า การประมวลผลอัลกอริธึมใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ เบอร์ PIC16F877 ผลการทดสอบเทคนิคที่นำเสนอกับระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ต้นแบบ ซึ่งประกอบด้วยแผงเซลล์ แสงอาทิตย์พิกัด 12 วัตต์ และปั๊มน้ำพิกัด 6 วัตต์ แสดงให้เห็นว่าเทคนิคนี้สามารถหาจุดจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดได้อย่างถูกต้อง โดยมีประสิทธิภาพในการหาจุดจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 98.6 เปอร์เซ็นต์ที่ความเข้มแสง 350 วัตต์ต่อตารางเมตร และ 98.3 เปอร์เซ็นต์ที่ความเข้มแสง 500 วัตต์ต่อตารางเมตร

รับข่าวสารจากเรา

รับข่าวสารจากทางเรา ท่านจะสามารถเข้าถึงข่าวสารได้ก่อนใคร แค่เพียงใส่อีเมลของคุณ