วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (J. Ind. Tech.) อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 2 (2563) มีค่า JIF = 0.094 | The Journal of Industrial Technology (J. Ind. Tech.) is indexed in TCI Tier 2 (2020) with impact factor, JTIF 0.094

บทความ

แนวคิดการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกับการพัฒนา เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในประเทศไทย

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อมโยงของแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยได้ทาการเปรียบเทียบแนวคิดและตัวชี้วัดในการดาเนินงานของแนวคิดทั้งสี่ รวมถึงหาแนวทางในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งผลการศึกษา พบว่า แนวคิดทั้งสี่มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน แต่การเชื่อมโยงของแนวคิดแต่ละแนวคิดมีไม่ครบถ้วน กล่าวคือ แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นจะเน้นในด้าน คน โลก ความเจริญ ความสงบ และหุ้นส่วนความร่วมมือ แต่แนวคิดการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนนั้น เน้นในด้านของ คน และ โลก เท่านั้น ในส่วนของแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เป็นแนวคิดที่เน้นในด้านของการอยู่ร่วมกันของอุตสาหกรรม ชุมชน และสังคม ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว พบว่า ได้มีการให้ความสนใจอย่างครบถ้วนทั้งห้าด้าน ในการศึกษาตัวชี้วัดความสามารถของการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศพบว่า การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศไม่ได้พิจารณาถึงขอบเขตและข้อจากัดในการดาเนินงาน กล่าวคือ กฎระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของภาครัฐ ซึ่งการที่จะทาให้แนวคิดการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศประสบความสาเร็จ การดาเนินงานนั้นจะต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของภาครัฐ

บรรจุภัณฑ์อาหารต้านจุลินทรีย์จากพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ผสมนํ้ามันหอมระเหย

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

ในอดีต อันตรกิริยาระหว่างอาหารกับบรรจุภัณฑ์นั้นไม่ได้รับการยอมรับเนื่องจากมีความเชื่อว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของอาหาร แต่ในปัจจุบัน หลายงานวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่าการเกิดอันตรกิริยาบางอย่างระหว่างอาหารและบรรจุภัณฑ์นั้นไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพของอาหาร อีกทั้งยังสามารถชะลอการเสื่อมเสียของอาหารได้ ดังนั้นเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ต้านจุลินทรีย์จึงเป็นหนึ่งในแนวคิดที่เหนี่ยวนำให้เกิดอันตรกิริยาระหว่างอาหารและบรรจุภัณฑ์ในขณะที่รักษาคุณภาพทางโภชนาการ คุณสมบัติรวมทั้งความปลอดภัยของอาหารไว้ไม่เปลี่ยนไป โดยสารเติมแต่งที่นิยมใช้เพื่อเป็นสารต้านจุลินทรีย์เป็นสารกลุ่มนํ้ามันหอมระเหยซึ่งได้จากการสกัดสารสำคัญทางธรรมชาติจากพืช โดยสารเหล่านี้สามารถออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ทั้งในกลุ่ม เชื้อรา ยีสต์และแบคทีเรีย ซึ่งทำให้อาหารเสื่อมเสียและสามารถก่อโรคได้ ส่วนพลาสติกชีวภาพนั้นเป็นวัสดุที่มีแนวโน้มจะนำมาใช้เพื่อทดแทนพลาสติกจากปิโตรเลียมในอนาคต ในเชิงพาณิชย์นั้นได้มีการนำเอาพลาสติกชีวภาพมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารเนื่องจากมีสมบัติทางกลที่ดีพร้อมทั้งยังสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะพลาสติกจากปิโตรเลียมพร้อมทั้งยืดอายุของอาหารที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ นักวิจัยหลายกลุ่มจึงได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพต้านจุลินทรีย์ขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา บทความนี้ได้กล่าวถึง ข้อมูลเบื้องต้นของพลาสติกชีวภาพ การเสื่อมเสียของอาหารเนื่องจากจุลินทรีย์ การเคลื่อนย้ายของสารต้านจุลินทรีย์จากบรรจุภัณฑ์สู่อาหารรวมไปถึงเทคโนโลยีการใช้สารต้านจุลินทรีย์ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพกับอาหารประเภทต่างๆ

คุณภาพนํ้าผิวดินบริเวณรอบนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

คุณภาพนํ้าผิวดินบริเวณรอบนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อำเภออุทัยและอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากคลองหนองไม้ซุง คลองกุ่มหรือคลองโคกมะยม คลองช่องสะเดาและคลองโพธิ์ จำนวน 10 จุดเก็บตัวอย่าง ในเดือนเมษายน เดือนสิงหาคม และเดือนธันวาคม โดยวิเคราะห์ทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวภาพ ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) ปริมาณออกซิเจนละลายนํ้า (มก./ล.) ปริมาณความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (มก./ล.) แอมโมเนียไนโตรเจน (มก./ล.) ไนเตรทไนโตรเจน (มก./ล.) แมงกานีส (มก./ล.) โคลิฟอร์มแบคทีเรีย (MPN/100 มล.) และฟีคัลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (MPN/100 มล.) ผลการวิจัยพบว่า ค่าดัชนีคุณภาพนํ้าอยู่ในช่วง 45 – 71 ซึ่งผลการประเมินคุณภาพนํ้าผิวดินอยู่ในระดับดีสำหรับจุดเก็บตัวอย่าง SW8 ส่วนในจุดเก็บตัวอย่างนํ้าอื่นอยู่ในระดับเสื่อมโทรม และพบว่าคุณภาพนํ้าในแหล่งนํ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพนํ้าผิวดินประเภท 2 - 4 ข้อมูลคุณภาพนํ้าที่ได้เป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ติดตามคุณภาพนํ้า และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการนํ้า

การผลิตก๊าซชีวภาพจากเทคโนโลยีบาบัดน้าเสีย

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้าเสียในปัจจุบันถือได้ว่ามีความแพร่หลาย เนื่องจากสามารถได้ประโยชน์ถึงสองทาง คือ การบาบัดน้าเสีย และการผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่จาเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้าเสียที่นิยมในปัจจุบัน คือ 1) บ่อหมักโมดิฟายด์โคเวอร์ลากูน (Modified Covered Lagoon 2) บ่อหมักแบบซีเอสทีอาร์ (Completely Stirred Tank Reactor, CSTR) 3) ระบบตะกอนเร่งแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic Activated Sludge, AAS) 4) ระบบแบบตรึงฟิล์มจุลินทรีย์ (Anaerobic Fixed Film) 5) ระบบ Fluidized Bed 6) ระบบ Anaerobic Hybrid Reactor 7) ระบบยูเอเอสบี (Upflow Anaerobic Sludge Blanket, UASB) 8) ระบบอีจีเอสบี (Extended Granular Sludge Bed, EGSB) 9) ระบบไอซี (Internal Circulation, IC) เนื่องจากทุกระบบถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูง ควบคุมระบบได้ง่าย มีตะกอนออกจากระบบน้อย อีกทั้งยังสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของน้าเสียได้เป็นอย่างดี แต่ค่าใช้จ่ายในการเดินระบบต่า ทาให้สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งการผลิตก๊าซชีวภาพและบาบัดน้าเสียพร้อมกัน นอกจากนี้เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้าเสีย ยังถือได้ว่าเป็นกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM; Clean Development Mechanism) เพื่อให้เกิดการพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน และนาไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตหรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดลงได้ต่อไป

คาร์บอนเครดิตอีกหนึ่งบทบาทของพลังงานชีวมวล

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

จากมาตรการการเก็บภาษีคาร์บอน ส่งผลให้ทั่วโลกหันมาสนใจมองหาแหล่งเชื้อเพลิงสะอาด ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และที่ได้รับความนิยมก็คือเชื้อเพลิงสะอาดจากชีวมวล สืบเนื่องมาจากชีวมวล มีองค์ประกอบทางเคมีที่สามารถนามาเปลี่ยนรูปให้ได้เชื้อเพลิงเทียบเคียงเชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ (Carbon Zero) สาหรับในประเทศไทยชีวมวลเป็นวัตถุดิบที่มีศักยภาพในการผลิตได้ภายในประเทศ การเปลี่ยนรูปชีวมวลเพื่อให้ได้พลังงานใช้ภายในประเทศจะช่วยลดการนาเข้าและทาให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน ดังนั้นบทความฉบับนี้จึงมุ่งเน้นให้ข้อมูลและความรู้ในด้านมาตราการการเก็บภาษีคาร์บอน เทคโนโลยีการเปลี่ยนรูปชีวมวลเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ และศักยภาพการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศไทย

Factors Affecting Water Absorption Behavior of Wood-Plastic Composites

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

Wood-Plastic Composites (WPCs) are the environmentally friendly materials or the green building materials. However, due to the hydrophilic nature of fiber or wood flour, the overall performance of the WPCs is reduced when exposed to water or humidity in the environment. Factors affecting water absorption behavior of the composites included with wood flour contents, wood species, wood flour sizes, compatibilizer, temperatures, and plastic types. It is well known that the increasing the addition of wood flour in the composites resulted in an increase of the water absorption. The composites produced from larger wood particles had clearly higher moisture absorption and infiltration coefficient than the composites produced from smaller particles. Likewise, when temperature increased, the water uptake of the composite materials also enhanced. Furthermore, the results of the water absorption also affected the mechanical and physical performances, which decreased strength and stiffness of the composites, but increased the swelling. Therefore, this academic review article would greatly facilitate the researchers and developers as well as WPCs manufacturers. They can use and apply these information and knowledge to develop and improve the WPCs for resisting the environmental weathering and water immersion.

การพัฒนาและการประยุกต์ใช้วัสดุเชิงประกอบเทอร์โมพลาสติกและ เส้นใยธรรมชาติเชิงอุตสาหกรรม

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

วัสดุเชิงประกอบเทอร์โมพลาสติกและเส้นใยธรรมชาติเป็นวัสดุประเภทหนึ􀀘งท􀀘ีกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก่อสร้าง และเรือ เน􀀘ืองจากวัสดุชนิดนี􀁎มีข้อดีคือ ความหนาแน่นตํ􀀘า ความทนทานและ ต้านทานต่อความชื􀁎นและการบุกรุกจากเช􀁎อื ราท􀀘ีดี มีความสามารถในการหลอมและนำมาข􀁎ึนรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ (Recycle-ability) อย่างไรก็ตามในการผลิตวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ ผู้ผลิต วิศวกร และนักวิจัยจำเป็นต้องมี องค์ความรู้พ􀁎ืนฐานท􀀘ีเก􀀘ียวข้องกับองค์ประกอบของวัสดุเชิงประกอบ การปรับปรุงสมบัติเพ􀀘ือให้ได้สมบัติตามท􀀘ี ต้องการ และกรรมวิธีการผลิตท􀀘ีใช้ข􀁎นึ รูปผลิตภัณฑ์ ดังนั􀁎นบทความฉบับนี􀁎จะกล่าวถึงการพัฒนาของวัสดุเชิงประกอบ เทอร์โมพลาสติกและเส้นใยธรรมชาติ วัตถุดิบที􀀘ใช้เป็นส่วนผสม การปรับปรุงสมบัติทางกล และกรรมวิธีการผลิต วัสดุเชิงประกอบ ตลอดจนการประยุกต์ใช้งานของวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้

การประยุกต์ใช้กระบวนการออสโมซิสผันกลับในอุตสาหกรรมปัจจุบัน

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

กระบวนการออสโมซิสผันกลับในอุตสาหกรรมในปัจจุบันนี้มีการประยุกต์ใช้กันอย่างกว้างขวาง บทความนี้จึงเป็นการ การแนะนำให้รู้จักถึงทฤษฎีของกระบวนการออสโมซิสผันกลับ ชนิดของเมมเบรนที่ใช้, หลักการทำงานเบื้องต้นและตัวอย่างใน กระบวนการอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ศึกษานั้นได้มีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการนี้ รวมไปถึงทั้งการเลือกโมดูลที่นำมาใช้ใน กระบวนการออสโมซิสผันกลับ โดยแต่ละโมดูลนั้นมีลักษณะและระบบการทำงานภายในโมดูลแต่ละตัวที่แตกต่างกันไปเพื่อให้ ผู้ใช้นั้นใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นแล้วผู้เขียนยังได้ให้ความรู้เรื่ององค์ประกอบพื้นฐานของ กระบวนการออสโมซิสผันกลับในอุตสาหกรรมอีกด้วย ตลอดจนถึงการชี้ให้เห็นถึงการนำไปประยุกต์ในกระบวนการของ อุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การไปประยุกต์ใช้กับการกระบวนการบำบัดน้ำเสียในอุตสาหกรรม หรือกระบวนการแยกเกลือออกจากน้ำ ทะเล ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งที่ระบบออสโมซิสผันกลับเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก

การพัฒนาดัชนีคุณภาพน้ำเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำ

วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและวัสดุ

ดัชนีคุณภาพน้ำเป็นเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่นำค่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการตรวจวัดหรือวิเคราะห์หลายๆ พารามิเตอร์ มารวมเป็นค่าเดียวโดยเลือกเฉพาะพารามิเตอร์ที่มีความสัมพันธ์กับลักษณะของแหล่งน้ำ ซึ่งเทคนิคที่นำมาใช้ คือ การวิเคราะห์การ จัดกลุ่ม การวิเคราะห์องค์ประกอบ และการถดถอยพหุคูณ โดยคำนวณคุณภาพน้ำเป็น 0 ถึง 100 คะแนน ทำให้สามารถบ่งชี้ สถานการณ์คุณภาพน้ำเป็นระดับดีมาก ดี พอใช้ เสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์คุณภาพน้ำตามมาตรฐาน แหล่งน้ำผิวดินตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทำให้ลดระยะเวลา ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ สามารถ แปลผลที่เข้าใจได้ง่าย รวมทั้งสามารถอธิบายสถานการณ์คุณภาพน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การใช้ดัชนีคุณภาพน้ำอย่าง เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ สามารถนำผลที่ได้มาใช้เป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงสุดและมี การใช้น้ำได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

รับข่าวสารจากเรา

รับข่าวสารจากทางเรา ท่านจะสามารถเข้าถึงข่าวสารได้ก่อนใคร แค่เพียงใส่อีเมลของคุณ