วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (J. Ind. Tech.) อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 2 (2563) มีค่า JIF = 0.094 | The Journal of Industrial Technology (J. Ind. Tech.) is indexed in TCI Tier 2 (2020) with impact factor, JTIF 0.094

บทความ

การสร้างภาพพื้นผิวแผ่นเก็บข้อมูลด้วยเทคนิคการสะท้อนของลำแสงเลเซอร์

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

ในบทความนี้จะนำเสนอ เทคนิคการสร้างภาพพื้นผิวของแผ่นเก็บข้อมูลด้วยการยิงลำแสงเซอร์เพื่อไปสแกนแผ่นเก็บ ข้อมูล ซึ่งใช้หลักการสะท้อนและกระเจิงของแสงโดยใช้เลเซอร์เซ็นเซอร์ในการตรวจจับความเข้มของลำแสงเลเซอร์ที่สะท้อน กลับมา และทำการบันทึกข้อมูลที่ได้เป็นไฟล์เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นจะนำไฟล์ดังกล่าวมาสร้างเป็นภาพพื้นผิวของแผ่น เก็บข้อมูล เพื่อใช้ในการแสดงรูปร่างของรอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นบนแผ่นเก็บข้อมูล และนำภาพที่ได้ไปประมวลผลภาพด้วยวิธีไอเกน เฟส (Eigenface) ทำการค้นคืนภาพที่ใกล้เคียงกับฐานข้อมูลด้วยวิธีหาระยะห่างแบบยุคลิเดียน (Euclidean Distance) หาค่าความ เหมือนของภาพด้วยวิธีสหสัมพันธ์ไขว้ปรับปรกติ (Normalized Cross-Correlation) ภาพที่ได้จากการค้นคืนจะมีการวิเคราะห์สาเหตุ ของรอยขีดข่วนต่างๆไว้แล้ว เพื่อเป็นข้อมูลในการวินิจฉัยหาสาเหตุของความเสียหายที่เกิดขึ้นบนแผ่นเก็บข้อมูลแผ่นนั้นๆต่อไป

เทคนิคการตรวจหาและแก้ไขแบบวนซ้าสาหรับข้อผิดพลาด จากการแทรกและการลบในระบบการบันทึกแบบบิตแพทเทิร์นมีเดีย

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

เทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบบิตแพทเทิร์นมีเดีย (BPMR: bit-patterned media recording) เป็นตัวเลือกหนึ่งที่จะเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งระบบ BPMR สามารถเพิ่มความจุเชิงพื้นที่ได้สูงถึง 4 เทระบิตต่อตารางนิ้ว (Tbit/in2) อย่างไรก็ตามในระบบ BPMR มีผลกระทบต่างๆ ที่ทาให้สมรรถนะของระบบด้อยลง เช่น การแทรกสอดระหว่างแทร็ก การแทรกสอดระหว่างสัญลักษณ์ สัญญาณรบกวนสื่อบันทึก และข้อผิดพลาดจากการแทรกและการลบ เป็นต้น เนื่องจากข้อผิดพลาดจากการแทรกและการลบเป็นปัญหาที่สาคัญอย่างมากในระบบ BPMR งานวิจัยนี้จึงได้นาเสนอวิธีการถอดรหัสแบบวนซ้าสาหรับระบบ BPMR เพื่อลดผลกระทบจากข้อผิดพลาดจากการแทรกและการลบโดยจะอาศัยการทางานร่วมกันของการตรวจหาข้อผิดพลาดจากการแทรกและการลบบนพื้นฐานของเทรลลิส รหัส VT และการอีควอไลเซชันแบบเทอร์โบ จากการจาลองระบบพบว่า ณ อัตรารหัสเท่ากับ 0.808 วิธีที่นาเสนอให้สมรรถนะ ที่ดีกว่าวงจรภาครับที่ใช้กันแบบทั่วไปในรูปแบบของอัตราข้อผิดพลาดบิตและอัตราข้อผิดพลาดเซ็กเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจานวนรอบในการวนซ้าเพิ่มขึ้น

Iris Region and Bayes Classifier for Robust Open or Closed Eye Detection

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

This paper presents a robust method to detect sequence of state open or closed of eye in low-resolution image which can finally lead to efficient eye blink detection for practical use. Eye states and eye blink detection play an important role in human-computer interaction (HCI) systems. Eye blinks can be used as communication method for people with severe disability providing an alternate input modality to control a computer or as detection method for a driver s drowsiness. The proposed approach is based on an analysis of eye and skin in eye region image. Evidently, the iris and sclera regions increase as a person opens an eye and decrease while an eye is closing. In particular, the distributions of these eye components, during each eye state, form a bell-like shape. By using color tone differences, the iris and sclera regions can be extracted from the skin. Next, a naive Bayes classifier effectively classifies the eye states. Further, a study also shows that iris region as a feature gives better detection rate over sclera region as a feature. The approach works online with low-resolution image and in typical lighting conditions. It was successfully tested in 9 image sequences (2,210 frames) and achieved high accuracy of over 92% for open eye and over 86% for closed eye compared to the ground truth. In particular, it improves almost 15% in terms of open eye state detection compared to a recent commonly used approach, template matching algorithm.

การออกแบบฟอร์มแสดงรายละเอียดเฉพาะของการเชื่อมโดยคอมพิวเตอร์

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

ในปัจจุบันนี้ความเจริญก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ได้มีวิวัฒนาการเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านความเร็ว การประมวลผลและเก็บข้อมูลได้จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้การพัฒนาสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง ในภาคอุตสาหกรรมและใช้ในการเรียนการสอนเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก ในการแสดง ข้อมูลข้อกำหนดรายละเอียดเฉพาะในการเชื่อมที่ใช้กันอยู่ในวงการอุตสาหกรรมงานเชื่อมในประเทศไทยจะมีมาตรฐานในการ เขียนหลายมาตรฐาน อาทิเช่น ASME Section IX[1], AWS D1.1 [2], International Standard Organization (ISO 9956) [3,4,5] ซึ่งแต่ละมาตรฐานที่จะนำไปใช้นั้นจะมีโค๊ดและข้อมูลแตกต่างกันไป ก่อนเขียนจำเป็นต้องมีการค้นคว้าในมาตรฐานเพื่อ นำข้อมูลมากรอกลงในแบบฟอร์มรายละเอียดเฉพาะของการเชื่อม ซึ่งข้อมูลมีปริมาณมากเกิดความยุ่งยากซับซ้อน และอาจเกิด ความเข้าใจผิดซึ่งทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ การเขียนข้อกำหนดรายละเอียดในงานเชื่อมโลหะต้องมีการศึกษาทำความเข้าใจในแต่ ละมาตรฐานให้ถ่องแท้และมั่นใจซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษานาน โปรแกรมนี้สามารถใช้เป็นตัวอย่างในการเขียนและสร้างข้อมูล ข้อกำหนดรายละเอียดในการเชื่อมได้เป็นอย่างดี และสามารถใช้เป็นชุดสื่อการเรียนการสอนได้ในสาขาวิศวกรรมการเชื่อมซึ่งมี รายวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเชื่อมในอุตสาหกรรมโดยตรง สามารถนำไปใช้กับงานในภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงควรมีการ สร้างโปรแกรมการวิเคราะห์และออกแบบสำหรับแสดงข้อมูล ข้อกำหนดรายละเอียดในงานเชื่อมขึ้น ในการวิจัยนี้ใช้โปรแกรม Visual Basic 6 และ Microsoft Access 2000 มาแสดงรายละเอียดสร้างฐานข้อมูลจากข้อมูลมาตรฐาน ASME Section IX, AWS D1.1, International Standard Organization (ISO 9956 ) และออกแบบฟอร์มเพื่อแสดงข้อกำหนดรายละเอียดในงาน เชื่อม (Welding Procedure Specification, WPS) และการทดสอบวิธีการดำเนินการเชื่อม (Procedure Qualification Record , PQR) ซึ่งผลการประเมินการใช้งานสามารถแสดงรายละเอียดเฉพาะได้โดยมีความรวดเร็ว ถูกต้อง และง่ายต่อการกรอกบันทึก ข้อมูลตลอดจนการค้นหาข้อมูล สามารถใช้กับภาคอุตสาหกรรมงานเชื่อมจริง และใช้กับการเรียนการสอนในสาขาวิศวกรรมการ เชื่อมได้เป็นอย่างดี

การออกแบบและพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ด้วยวิธี Map/Reduce บนกรอบการทำงานของ Hadoop

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

เนื่องด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 26 ผู้ให้บริการเครือข่าย คอมพิวเตอร์ต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการ ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่าย คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมากและต้องใช้เวลานานในการค้นหา ดังนั้นบทความวิจัยนี้นี้นำเสนอการออกแบบ และพัฒนาระบบค้นหาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์โดยการนำ Hadoop Distributed File System (HDFS) มาประยุกต์ใช้ในการ เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ และใช้วิธี Map/Reduce ในการค้นหาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ โดยระบบมีส่วนติดต่อกับ ผู้ใช้งานผ่านทางโปรแกรมที่พัฒนาด้วยภาษาจาวา จากการทดลองระบบค้นหาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ด้วยวิธี Map/Reduce บนกรอบการทำงาน Hadoop บนเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง พบว่าในการค้นหาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่มีขนาด 50 กิกะไบต์ จะมีความเร็วเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวในการค้นหา

การพัฒนาชุดประลองการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ให้เป็นระบบที่มีการจัดการทางด้านการเรียนการสอน การประลองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โครงการวิจัยนี้ได้ใช้ระบบการจัดการเรียนการสอน (Learning Management System : LMS) ของ moodle มาสร้างระบบ และ เครื่องมือต่างๆ สำหรับการจัดการในด้านการเรียนการสอน ของผู้เรียนและผู้สอน เช่น รายวิชา แบบเรียน กระดานเสวนา การบ้าน แบบทดสอบ และการประเมินผลการเรียน เป็นต้น ในการทดสอบระบบได้มีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างมาจำนวน 30 คนให้เรียนผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต และอีกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คนให้มีการเรียนการสอนแบบมีผู้สอน ทั้งสองกลุ่มตัวอย่างต้องเรียน 3 บทเรียน และทำการประลองหลังการเรียน กำหนดให้มีการทำแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความคิดเห็น จากนั้น นำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (pair t-test) ด้วยโปรแกรม สำเร็จรูป SPSS ผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการประเมินผลโดยใช้การทดสอบสมมุติฐานทางสถิติ (Hypothesis Testing; t-test) มีค่าเท่ากับ 7.032 ซึ่งอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ ดังนั้น ระบบการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต มีผลสัมฤทธิ์ดีกว่าการเรียนการสอนแบบมี ผู้สอน ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ได้อาจมาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ระดับความยากง่ายของเนื้อหาของบทเรียนที่เรียน ความชัดเจนของ เนื้อหาของแต่ละบทเรียน สิ่งดึงดูดความสนใจในบทเรียน พื้นฐานความรู้ของผู้เรียน ความเอาใจใส่ในการเรียนของผู้เรียนรวมถึง รูปแบบของแบบทดสอบที่ใช้ในการประเมินผลการเรียน เป็นต้น ส่วนความคิดเห็นของนักศึกษาส่วนมาก พบว่า นักศึกษาชอบเรียน ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพราะเห็นเป็นความแปลกใหม่ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ทำให้มีความเข้าใจเนื้อหาในบทเรียนได้ดีขึ้น และสามารถเข้าเรียนซ้ำได้ คำสำคัญ : การทดสอบสมมุติฐานทางสถิติ, กลุ่มตัวอย่าง, การเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต, ระบบการจัดการเรียนการสอน

รับข่าวสารจากเรา

รับข่าวสารจากทางเรา ท่านจะสามารถเข้าถึงข่าวสารได้ก่อนใคร แค่เพียงใส่อีเมลของคุณ